ดร. สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ตีพิมพ์ลง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553
ไบโอดีเซลตระกูล “B” ต่างๆ ที่ใช้เติมรถยนต์ดีเซลในปั๊มน้ำมันมักจะผลิตจากกระบวนการทางเคมีที่นำแอลกอฮอล์มาทำปฏิกิริยากับนํ้ามันจากพืชโดยใช้กรดหรือด่างเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา จึงเรียกว่าไบโอดีเซลแบบเอสเตอร์
กระบวนการทางเคมีนี้เองที่ทำให้ต้นทุนการผลิตไบโอดีเซลสูงกว่าการผลิตดีเซลจากปิโตรเลียม
เร็วๆ นี้นักวิจัยในสหรัฐอเมริกาได้ค้นพบวิธีการผลิตไบโอดีเซลโดยไม่ต้องใช้ปฏิกิริยาเคมี คาดว่าภายในอีก 2 ปีจะทำให้ต้นทุนการผลิตสามารถแข่งขันได้กับน้ำมันดีเซลแบบทั่วไป
เขาใช้แบคทีเรียผลิตไบโอดีเซลจากชีวมวลโดยตรง อีกทั้งยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วัตถุดิบจากน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์เหมือนกับการผลิตไบโอดีเซลทั่วไป
แบคทีเรียจะเป็นตัวเปลี่ยนน้ำตาลในต้นอ้อยไปเป็นไบโอดีเซลโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องแปรรูปอ้อยให้เป็นน้ำตาลก่อน แบคทีเรียจัดได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ประเภทหนึ่ง ญาติของแบคทีเรียที่ช่วยมนุษย์ได้ใช้พลังงานหมุนเวียนจากพืชที่เราคุ้นเคยกันอีกประเภทคือ เชื้อราประเภทยีสต์ที่เราใช้ในการหมักน้ำอ้อยหรือกากน้ำตาลเพื่อผลิตเอทานอลที่ใช้ผสมในน้ำมันเบนซินที่เรียกติดปากว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์นั่นเอง
แบคทีเรียชื่อ Escherichia coli bacterium (E. coli) ที่ปกติแล้วในการดำรงชีพของมันเองจำเป็นต้องผลิตกรดไขมันออกมา กรดไขมันนี้เองเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการผลิตไบโอดีเซล แต่นักวิจัยได้บังคับให้แบคทีเรียผลิตกรดไขมันในปริมาณที่มากกว่าปกติ ทำให้ได้กรดไขมันที่เพียงพอแก่การนำไปผลิตไบโอดีเซล ปัจจุบันพืชน้ำมันที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลมีหลายประเภทเช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว สบู่ดำ ทานตะวัน เรพซีด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ละหุ่ง และงา การที่จะนำพืชน้ำมันชนิดใดมาใช้ในการผลิตไบโอดีเซลต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นราคา ปริมาณน้ำมันที่อยู่ในพืชแต่ละชนิด รวมทั้งความเหมาะสมในการการปลูกพืชน้ำมันในพื้นที่นั้นๆ ในประเทศไทยมีการปลูกพืชน้ำมันหลัก 6 ประเภทได้แก่ ถั่วเหลือง ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ถั่วลิสง งา และละหุ่ง
โดยปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีปริมาณผลผลิตสูงที่สุด รองลงมาคือ มะพร้าว เราจึงนำพืชทั้งสองประเภทนี้มาผลิตไบโอดีเซล ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างของการผลิตเชื้อเพลิงจากพืชคือ ผลกระทบที่จะมีต่อพืชที่ใช้เป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นด้านราคา หรือด้านการแย่งชิงพื้นที่เพาะปลูกระหว่างพืชอาหารและพืชพลังงาน แม้ว่าในการวิจัยนี้แบคทีเรียจะใช้ต้นอ้อยที่เป็นพืชอาหารประเภทหนึ่งเป็นวัตถุดิบก็ตาม
แต่นักวิจัยคาดว่าแบคทีเรียชนิดนี้สามารถพัฒนาให้ผลิตไบโอดีเซลจากชีวมวลประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่พืชอาหารได้ในอนาคต การผลิตไบโอดีเซลแบบนี้ เมื่อใช้วิธีการคำนวณแบบวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิง (fuel’s life cycle) สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 85 เมื่อเทียบกับการผลิตดีเซลจากปิโตรเลียม เพื่อที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลนแหล่งพลังงานและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แนวโน้มของโลกที่จะผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพก็มีมากขึ้น
สิ่งนี้เป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่เรามีศักยภาพอย่างมากในการเพาะปลูกทั้งพืชอาหารและพืชพลังงาน คาดว่าเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ไม่น่าจะเป็นปัญหามากนัก แต่จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการให้ดี
ผมฝันเห็นเกษตรกรไทยเป็นเศรษฐีน้ำมันครับ
















