ดร. สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ตีพิมพ์ลง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 27 มกราคม 2553
แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับนวัตกรรมในสิ่งที่จับต้องได้ แต่สิ่งใหม่ๆ ทางความคิดก็จัดได้ว่าเป็น นวัตกรรม ประเภทหนึ่ง
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมาย นวัตกรรม ว่า น. สิ่งที่ทำขึ้นใหม่หรือแปลกจากเดิมซึ่งอาจจะเป็นความคิด วิธีการ หรืออุปกรณ์ เป็นต้น
การวางแผนด้วยภาพอนาคตจัดว่าเป็นนวัตกรรมการวางแผน ด้วยวิธีการศึกษาแนวโน้มว่าอนาคตจะเป็นไปรูปแบบใด โดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องทุกๆ ด้าน รวมทั้งความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้ได้ภาพอนาคตหลายๆ ภาพ ภาพที่ได้อาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้
แต่สุดท้ายนักวางแผนต้องเสนอยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ภาพที่ดีนั้นเกิดขึ้น หรือป้องกันไม่ให้ภาพที่ไม่ดีเกิดขึ้น การวางแผนด้วยภาพอนาคตสามารถนำไปใช้ในหลายๆ แวดวง ไม่เว้นแต่การแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศ
ดังเช่นตัวอย่างในกรณีศึกษาของ ประเทศแอฟริกาใต้
ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ ในประเทศแอฟริกาใต้ได้หยั่งรากลึกและสร้างความแตกแยกในสังคมอย่างยาวนาน จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2533 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ เนลสัน แมนเดลา ถูกปล่อยจากที่คุมขัง และการก่อตั้งของกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มเพื่อเตรียมการลงเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ปัญหาทางการเมืองในครั้งนั้นรุนแรงมากกว่าที่ประเทศไทยกำลังประสบในปัจจุบันมากมายนัก
ระหว่างนั้น มีคนกลุ่มหนึ่งได้มองเห็นปัญหาที่จะเกิดในอนาคต จึงริเริ่มเชิญตัวแทนจากหลายๆ กลุ่มที่ขัดแย้งกันมาร่วมกันคิดเรื่องอนาคตของประเทศ โดยใช้วิธีการสร้างภาพอนาคต กลุ่มที่มาร่วมกันสร้างภาพอนาคตของประเทศประกอบด้วย กลุ่มการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ นักวิชาการ และภาคประชาชน ประเด็นที่ร่วมกันหารือมีหลากหลายตั้งแต่ ความเป็นอยู่ของประชาชน การศึกษา เศรษฐกิจ ไปจนถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ
การหารือเริ่มจากการพูดคุยกันในกลุ่มเล็กๆ บางครั้งเป็นการหารือกันแบบลับๆ จนกระทั่งพัฒนาไปเป็นการประชุมกันอย่างเป็นทางการ โดยการพูดคุยจะเน้นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้ามากกว่าการยึดติดกับปัญหาปัจจุบัน
ภาพอนาคตที่สร้างไว้มี 4 ภาพ แต่ละภาพมีชื่อที่สะท้อนภาพของประเทศในอีก 10 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย ภาพนกกระจอกเทศ (Ostrich) เป็ดง่อย (Lame Duck) อิคะเริส (Icarus) การโผบินของฟลามิงโก (Flight of the Flamingos) ซึ่งแต่ละภาพมีเรื่องที่บรรยายเหตุการณ์ในอนาคตไว้
การสร้างภาพอนาคตทั้ง 4 ภาพไม่เหมือนการเขียนนวนิยาย แต่เป็นการคิดแบบเป็นขั้นตอนและมีตรรกะจากกลุ่มต่างๆ ในสังคมที่มีความขัดแย้งกัน แม้ว่าภาพอนาคตจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในแอฟริกาใต้ได้อย่างชัดเจนก็ตาม แต่มีผลกระทบมากมายในสังคมของประเทศในขณะนั้น มีการนำภาพอนาคตไปกล่าวถึงในหลากหลายวงการ ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ หรือสื่อประเภทต่างๆ ทำให้เกิดการตื่นตัวของสังคมในการคิดถึงอนาคตของประเทศ
อย่างน้อยกระบวนการนี้ก็สามารถนำกลุ่มการเมืองที่มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงมาตั้งเป้าหมายร่วมกันเพื่อสร้างภาพอนาคตของประเทศและเป็นจุดเริ่มต้นของความสมานฉันท์ ทำให้เห็นว่าเราสามารถที่จะสร้างอนาคตจากกระบวนการสร้างภาพอนาคต
หันกลับมาดูบ้านเมืองของเราทุกวันนี้ แม้จะไม่เหมือนแต่ก็มีส่วนคล้ายกับสถานการณ์ของแอฟริกาใต้ในขณะนั้น หากแนวทางที่เคยใช้สำเร็จในประเทศแอฟริกาใต้ได้นำมาใช้กับประเทศไทย คงช่วยในการหาทางออกของปัญหาประเทศไทยได้ไม่น้อย เราลองแก้ปัญหามาหลายวิธีแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังไร้วี่แววของความสำเร็จ
เราน่าจะลองนวัตกรรมทางความคิดแบบนี้ดูบ้าง

















Comments
..พวกเราคงต้องช่ว ยกันแก้ไข ถอยกันบ้างคนละน ิด...
RSS feed for comments to this post.