กรุงเทพธุรกิจ: นวัตกรรม Scitech ฉบับวันที่ 24 มีนาคม 2553
ช่วงนี้ไม่ว่าจะไปไหนจะเห็นคนกลุ่มหนึ่งก้มหน้าก้มตา สายตาจ้องเขม็งไปที่อุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในมือ นิ้วมือก็กดปุ่มพิมพ์เป็นระวิง บ้างก็ยิ้ม บ้างก็บ่นกับตัวเอง
พวกเขากำลังอยู่ใน social network หรือสังคมออนไลน์นั่นเอง
บางครั้งร่างกายเขานั่งอยู่ในกลุ่มสังคมจริง จิตใจของเขาไม่ได้อยู่กับร่างกาย แต่ไปอยู่ในสังคมเสมือนของโลกไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นสังคมออนไลน์รูปแบบใดก็แล้วแต่ ล้วนมีวัตถุประสงค์ให้มีการติดต่อกันผ่านเทคโนโลยีการสื่อสาร
บางคนที่คุยกันบ่อยๆ ก็อาจจะไม่เคยพบกันมาก่อน หรืออาจจะเห็นหน้ากันบ้างตามรูปที่อีกฝ่ายอยากให้เห็น ถ้าพบกันจริงๆ แล้ว ไม่รู้ว่าจะจำหน้ากันได้หรือไม่จำนวนของคนในสังคมออนไลน์ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีสารสนเทศบางคนถึงกับแข่งกับเพื่อนๆ ว่าใครจะมีรายชื่อในระบบมากกว่ากัน
ผมเคยพบบางคนมีรายชื่ออยู่ในระบบเกือบพันคน แต่ไม่กล้าถามว่ารู้จักทุกคนหรือไม่ ดูเผินๆ สังคมออนไลน์เหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีไม่ว่าจะพิจารณาประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารโดยไม่จำเป็นต้องเดินทาง
การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็ว การกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนเก่า การมีเพื่อนใหม่มากขึ้นแบบทวีคูณ การสื่อสารที่ไม่จำเป็นต้องใช้เสียง เมื่อมีแง่บวก สังคมออนไลน์ก็มีแง่ลบเช่นกัน จากการที่ทำให้การติดต่อสื่อสารแบบพบหน้ากันลดลง สิ่งนี้ทำให้อวัจนภาษาหรือภาษากายที่มนุษย์ต้องการจะสื่อต่อกันไม่ได้ใช้ การสื่อสารด้วยภาษาเขียนในสังคมออนไลน์อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร
แม้ว่าจะมีเครื่องมือช่วยในการแสดงอารมณ์ด้วยไอคอน หน้ายิ้ม หน้าบึ้ง หน้าโกรธ หน้าซึ้ง เสียงหัวเราะ ดอกไม้ หรือของขวัญ แต่สู้กับของจริงไม่ได้แน่ๆ การใช้ภาษาเขียนก็เช่นกัน ด้วยที่ว่าต้องการความสั้น กระชับ พิมพ์ง่าย ภาษาที่เดิมมีความถูกต้องจะถูกตัดให้สั้นลง
บางครั้งได้ศัพท์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา เราคงเห็นคำว่า เด๋ว ขอบคุน เทอ หวัดดี เรยย แสรดดดดด กรู มรึง คร้าบ คร่า จร้า อยู่เสมอ ภาษาเขียนเช่นนี้บ่อยครั้งติดมาเป็นภาษาพูดโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารลดลงเพราะ ทุกๆ สิ่งที่เราสื่อสารออกไปสามารถถูกบันทึกไว้ในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ และสามารถถูกนำมาอ้างอิงได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดข้อจำกัดในการสื่อสารหากว่าเป็นการสื่อสารที่เป็นเรื่องลับ
ปัญหาการล่อลวงที่ก่อให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพย์สินหรือทางร่างกาย ก็เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดขึ้นกับผู้เยาว์ ข้อมูลที่ได้จากในสังคมออนไลน์บางครั้งไม่น่าเชื่อถือเพราะ เป็นข้อมูลที่เกิดจากการที่คนในสังคมออนไลน์ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นหนึ่งๆ ที่อาจจะเป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้องก็ได้
เมื่อถูกนำไปใช้อ้างอิงก็อาจจะเกิดความเสียหายได้ ในบางคนอาจทำให้สมาธิในการทำงานลดลงเพราะ เมื่อมีการติดต่อสื่อสารเข้ามาบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องตอบกลับบ่อยเท่านั้น ทำให้งานบางอย่างที่ต้องใช้สมาธิในการทำงานมีประสิทธิภาพลดลง เหตุการณ์เช่นนี้จะรุนแรงมากขึ้นหากผู้รับข้อความเป็นคนตอบสนองไวต่อข้อมูลที่เข้ามา สิ่งนี้ทำให้องค์กรหลายแห่งห้ามไม่ให้ลงซอฟแวร์ที่ใช้สำหรับสังคมออนไลน์
ตราบใดที่เหรียญมีสองด้าน เทคโนโลยีก็มีทั้งประโยชน์และโทษเช่นกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ผู้ใช้ว่าจะใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ หรือจะเป็นเครื่องมือของเทคโนโลยี
สังคมออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน จะมีประโยชน์มหาศาลหรือโทษมหันต์ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน

















Comments
RSS feed for comments to this post.