“ทำไมคนไทยคิดไม่ได้”
ประโยคนี้ย้ำอยู่หลายครั้งจากปากของ รศ.ดร. กมล เลิศรัตน์ กูรูด้านการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชของประเทศไทยในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จัดโดย สวทน.
อาจารย์กมลชี้ให้เห็นว่าต่างประเทศเขามีนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องผักผลไม้มากมายที่ได้รับรางวัลในระดับโลก หลายอย่างดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเกินความสามารถของคนไทยเช่น เครื่องปอกผลไม้ การประดิษฐ์เครื่องครัว การทำน้ำผักผลไม้จากพืชท้องถิ่น การปลูกพืชด้วยเมล็ดจากอุปกรณ์ง่ายๆ การปรับเปลี่ยนรูปทรงของผลไม้ตามความต้องการของตลาด การผลิตอาหารสำเร็จรูปที่มีประโยชน์และรสชาติดี
ทั้งหมดนี้คนไทยน่าจะคิดได้ แต่ทำไมเราไม่คิด
ผมคิดว่าการที่จะเกิดนวัตกรรมอะไรขึ้นมา สิ่งที่สำคัญคือความต้องการให้มีนวัตกรรมนั้นๆ ในที่นี้คือตลาดนั่นเอง ความต้องการของตลาดเกิดจากความจำเป็นหรือเกิดจากปัญหาเป็นส่วนใหญ่
ส่วนใหญ่นวัตกรรมที่เกี่ยวกับพืชในประเทศไทยจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นหลักเช่น เครื่องมือเก็บเกี่ยว เครื่องคัดเกรดผลไม้ เครื่องมือแปรรูปผลผลิต ซึ่งเน้นไปที่นวัตกรรมในขั้นตอนการผลิตและแปรรูป แต่นวัตกรรมในขั้นตอนที่ทำให้ผักและผลไม้เป็นอาหารที่ยังคงมีคุณประโยชน์และรสชาติดียังมีอยู่น้อยมาก การนำนวัตกรรมมาช่วยในขั้นตอนต่างๆ สามารถแยกเป็นกระบวนการผลิต
นวัตกรรมที่ต้องการได้แก่ พันธุ์ เครื่องมือปลูก ดูแลรักษา เก็บเกี่ยว ในกระบวนการแปรรูปที่ต้องการนวัตกรรมเครื่องมือแปรรูป เครื่องมือวิเคราะห์ โรงเรือน วัสดุ อุปกรณ์ สำหรับตำรับอาหาร อาหารเพื่อสุขภาพ และเครื่องครัวจัดได้ว่าเป็นนวัตกรรมในขั้นตอนการทำเป็นอาหาร
นวัตกรรมในขั้นตอนการทำอาหารนั้น ความจำเป็นที่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดนวัตกรรมเช่นในกระบวนการผลิตและแปรรูปอาจจะลดความสำคัญลงไป สิ่งที่ทำให้เกิดนวัตกรรมคือความรู้ของผู้บริโภค
ตัวอย่างเช่น มีการสร้างเครื่องมือในการปอกผลทับทิม หรือเครื่องจักรในการแกะเมล็ดทับทิมเพื่อบรรจุถุงส่งออก ทำไมจึงทำเช่นนี้ได้ มีงานวิจัยที่พบว่าทับทิมที่เป็นผลไม้ในกลุ่ม super fruit มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก สิ่งนี้จึงทำให้เกิดนวัตกรรมของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับทับทิม งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins พบว่าแม้ว่าจะรับประทานบล็อคเคอรี่งอก (Broccoli sprouts) ด้วยสัดส่วนน้ำหนักที่น้อยกว่าการรับประทานแบบปกติประมาณ 20 เท่า ก็ยังได้รับคุณค่าทางอาหารเท่ากัน และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบางชนิดเช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น สิ่งนี้ทำให้เกิดนวัตกรรมของเครื่องมือในการเพาะบล็อคเคอรี่งอกมากมาย
งานวิจัยของนักศึกษาปริญญาเอกชาวเวียดนามที่มหาวิทยาลัย California at Davis พบว่า ฟักข้าว หรือ Gac fruit มีเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอทประมาณ 10 เท่า และไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศประมาณ 70 เท่า งานวิจัยนี้ทำให้เกิดการแปรรูปฟักข้าวมากมาย
สรุปว่า ความรู้ว่าผักผลไม้ชนิดไหนมีประโยชน์อย่างไร ทำให้เกิดนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการบริโภคผักผลไม้นั้นๆ อาจารย์กมลบอกว่า การที่จะทำให้สังคมทราบประโยชน์ของผักผลไม้นั้น ต้องการงานวิจัยจากหลายสาขาวิชาชีพ ไม่ใช่เฉพาะนักวิจัยด้านเกษตรเท่านั้น นอกจานี้ยังต้องการนโยบายขอ งรัฐบาลสนับสนุนอีกด้วย และทิ้งท้ายไว้ว่า เพื่อให้เรามีสุขภาพที่ดี ควรกินผักผลไม้ให้ได้วันละครึ่งกิโลกรัม และควรกินให้ครบ 5 สีประกอบด้วยสีขาว ม่วงแดงน้ำเงิน เขียวเข้ม เหลืองส้ม และแดง ที่กำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศเช่น โครงการ 5 A DAY การใช้สีเป็นตัวบอกถึงความแตกต่างของประโยชน์ของผัก ผลไม้ เป็นวิธีการที่มีประโยชน์มาก ผู้บริโภคสามารถจดจำได้ง่าย
แต่การใช้สีทำเกิดความแตกแยกในสังคมไทยขณะนี้ ไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่
“ทำไมคนไทยคิดไม่ได้” ประโยคนี้อาจารย์ไม่ได้ถาม

















Comments
สักพักก็มีสีแดง
หลังจากนั้นก็มี สีฟ้า
ช่วงชุลมุนก็เกิ ดสีดำ
ภายในสีเขียวก็ด ันมีสีแดง
นานๆเข้าหลายๆสี ก็ออกมาบ้าง
เห้อ
RSS feed for comments to this post.