สวัสดี พี่ๆ เพื่อนๆ อีกครั้งหนึ่ง ที่เมืองไทยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างหนอ
นานาแต่งงานไปซะละ เศร้าจัง ยังงัยก็ おめでとうございます( Omedetōgozaimasu ) แปลว่า Congratulations ละกันนะนานา กะ เวย์ ( เขียนเหมือนสนิท แต่ไม่อยากบอกว่าเพื่อนอุ๊ไปงานเค้ามาด้วย แต่เราไม่รู้จักหรอก ไปถามอุ๊เอาเอง แต่เราอยากรู้ว่า เพื่อนอุ๊ใส่ซองไปเท่าไหร่ฟะ? )
บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนเรื่องอะไรต่อดี เพราะว่าอะไรมันก็น่าสนใจไปหมด แต่การที่ จะมาเขียนให้เป็นเรื่องยาวๆ นี่ไม่ใช่ง่ายเลย เพราะเราก็ไม่อยากเขียนแบบว่าไม่มีข้อมูลเสริม ก็ต้องหาข้อมูลมาเสริมด้วย และการที่ข้อมูลบางอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น
ทำให้มันยากเข้าไปอีกหลายเท่าตัว อ้ะๆ อย่า อย่า อย่าคิดว่าเราเก่งภาษาญี่ปุ่นขนาดนั้น Google chrome & translate ช่วยเราอยู่ เอาเป็นว่าเราพาไปเที่ยวแถวๆใกล้ๆที่เราพักก่อนละกันนะ
วันนี้จะพาไป อ่างเก็บน้ำไอจิ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากแถวๆที่พักแค่ 1 สถานีรถไฟเอง แต่สวยและใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะว่าเป็นรอยต่อของสามเมือง Nisshin, Miyoshi และ Togo (เมืองที่เราอยู่) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยมีความยาวโดยรอบประมาณ 10 กิโลเมตร


รับรองว่ามาวิ่งรอบอ่างเก็บน้ำนี้วันละรอบรับรองผอมแน่นอน ตอนที่เรามาถึงก็เป็นเวลาเที่ยงๆ และอากาศวันนั้นก็จัดว่าร้อนใช้ได้ แต่ขอโทษนะครับ คนมาวิ่งปั่นจักรยานยังมีให้เห็น เราแค่เดินก็เหงื่อซกแล้ว ต้องยอมรับว่าเค้ารักษาธรรมชาติเอาไว้ได้เขียว สะอาด สดชื่น เหมือน “ใกล้ชิด” บ้านเรามาก เพียงแต่บ้านเราเป็นยาสีฟันเท่านั้น เราชื่นชมคนญี่ปุ่นตรงนี้มากๆ อากาศสะอาด น้ำใส ต้นไม้ตรึม


พูดถึงเรื่องต้นไม้ มีภาษาญี่ปุ่นมาสอน 3 คำง่ายๆ ก่อนอื่นขออธิบายหลักภาษาญี่ปุ่นสักกะหน่อยเพื่อความเข้าใจมากขึ้น
1. ภาษาญี่ปุ่นมีอักษร 3 แบบ
• คันจิ เอามาจากจีนตั้งแต่ศตวรรษที่๕
• ฮิรากานะ ภาษาของเค้าเอง
• คาตาคานะ ภาษาเค้าเองเหมือนกัน แต่เอาไว้เขียนภาษาต่างประเทศ
แค่เริ่มก็ยุ่งล่ะครับพี่น้อง
2. การออกเสียงภาษาญี่ปุ่นมี 2 แบบ
พูดกันง่ายๆว่า อักษร คันจิ 1 ตัวอ่านได้สองแบบ คือ แบบจีน (On-reading) และ แบบญี่ปุ่น (Kun Reading) วุ่นวายกะหนาด
เอ้ามาต่อเรื่องคำศัพท์
1. 木 (คันจิ),き(ฮิรากานะ) อ่านว่า ki (Kun Reading) แปลว่า tree, wood, timber
2. 林(คันจิ), はやし(ฮิรากานะ) อ่านว่า hayashi (Kun Reading) (ใช้เป็นชื่อคนได้) แปลว่า grove, forest
3. 森(คันจิ), もり(ฮิรากานะ) อ่านว่า mori (Kun Reading) แปลว่า forest, woods
จะเห็นได้ว่าตัว 木 หนึ่งต้น สองต้น สามต้น มีความหมายหมด ทีนี่ไอ่ตอนเรียนด้วยความที่เป็นเด็กวิดวะเรียนด้วยกันหมด พวกเรามีหัวเรื่อง dirty joke กันอยู่แล้ว ก็เลยใช้ 3 คำนี้แทนลำดับความแรงของพวกที่ชอบไม้ป่าเดียวกัน เช่น โห “น้องคนนี้ท่าทางจะโมริหว่ะ” ก็แปลว่าน้องเค้าเปิดเผยเต็มที่นั่นเอง
กลับมาเรื่องเที่ยวของเรากันต่อ ตอนมาถึงโชคดีที่มาเจอเค้าซ้อมแข่งเรือกันอยู่ เราก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าเรืออะไร แต่หาดูตามเวบไซท์เค้าก็เรียกว่า Boat Race (ใครรู้จักเรือชนิดนี้เรียกว่าอะไร กรุณาข้าน้อยฯด้วย) ซึ่งเรือแบบนี้มหาวิทยาลัย Oxford กะ Cambridge เค้ามีแข่งกันเป็นประเพณีทุกๆปี (เหมือนวิ่งขึ้นดอย ฮ่าๆ)
เรากะภรรยาก็เลยเดินโต๋เต๋ไปถ่ายรูปเค้ากัน เค้าซ้อมกันจริงจังมาก มีทั้งชมรมของมหาวิทยาลัยไอจิ และของบริษัทฯ ต่างๆ แบบเป็นเรื่องเป็นราวมาก คือ ไม่ได้พายกันขำๆ


ก่อนพายก็มีวิ่ง แน่นอนรอบอ่างเก็บน้ำ หรือ ปั่นจักรยานที่อยู่ในโรงเก็บเรือ แล้วก็มาพายกันกลางแดดร้อนๆ ดูจากรูปภาพได้
ก็เหมือนที่บอกครับ คนประเทศนี้มีความตั้งใจ และพยายามสูงมากๆ และความเว่อร์ ทำไมถึงไปว่าเค้าอย่างนั้น ไม่รู้สิครับ อาจเป็นเพราะด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็ได้ อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว มิได้ต้องการว่าใครทั้งนั้น
เราดูรายการทำอาหาร ชิมอาหาร ซึ่งที่ญี่ปุ่นมีเยอะมากๆ เวลาพี่แกกินเข้าไปแต่ละทีนี่ over action มากๆๆๆ ที่สุด ขอบอก หน้าตาเค้า ท่าทางเค้า เช่น... เอ...โออิชิ้.......หรือ ไม่ก็ ...อุไม... (ซึ่งก็คืออูมามิ บ้านเรานั่นเอง) พร้อมด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่ามันโคตรอร่อยที่สุดในชีวิต.....ตี๋อ้วนชวนหิวนี่อายไปเลย
ที่มาพูดถึงความเว่อร์ก็เพราะเมื่อวาน มันมีงานแต่งงานถ่ายทอดสดครับพี่น้องครับ ข่าวทุกช่องเสนอแต่ข่าวคู่บ่าวสาวคู่นี้ งานก็เริ่ดหรูวิจิตรอลังการณ์มาก เราก็เลยอยากรู้ว่าเค้าเป็นใครกัน ก็เลยไปถามคนญี่ปุ่น เค้าคือนักแสดงละคร คาบูกิ ชื่อ Ishikawa Ebizo XI (ชื่อที่ใช้ในการแสดง) มีเวบไซท์ด้วยนะครับ ดูจากรูปการณ์แล้ว เค้าจะเป็นคนที่เล่นเป็นตัว Ishikawa Ebizo รุ่นที่ 11 แล้ว นั่นก็หมายถึงว่า ตัวละครตัวนี้ยืนยงคงกระพันมานานมาก กว่า 10 ชั่วอายุคน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถมาสวมบทบาทเป็น Ishikawa Ebizo คนถัดไปได้ พูดถึงเจ้าบ่าว แล้วก็พูดถึงเจ้าสาวหน่อยนะครับ เจ้าสาวชื่อน้อง Mao Kobayashi เป็นผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เอาล่ะทีนี้ก็มาพูดถึงความเว่อร์กันต่อ
คือก่อนงานแต่งเนี้ย เค้าก็มีรายการทีวีไปวิเคราะห์ว่า กับข้าวกับปลาในงานเป็นอะไร มาจากร้านไหน ไวน์เป็นอะไร กระทั่งไปถึงจานชามกระเบื้องในงานที่ Ebizo เป็นคนเลือกเอง เอาเท่าที่เราพอรวบรวมได้ละกันนะครับ
1. ภาชนะในงานเป็นยี่ห้อ Luzerne New Bone ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาชนะกระเบื้องเคลือบชื่อดังของสิงคโปร์ ซึ่งใช้กันในโรงแรมห้าดาวต่างๆ เช่น Hilton, Sheraton etc. รวมไปถึง Singapore Airline ด้วยนะครับ
2. เว่อร์อันถัดมา งานนี้เชิญแขกกว่า ๑,๐๐๐ คน รวมพวกเด็กเสริฟ เจ้าหน้าที่ทีวี ก็ตกประมาณรวมกันก็ ๒,๐๐๐ คน จากหลังห้องจัดเลี้ยงถึงเวทีจะมีพรมแดงเหมือนแคทวอล์คยาวประมาณ ๘๐ เมตร ให้บ่าวสาวเดินอวดโฉม เอาง่ายๆว่าอดีตนายกญี่ปุ่น 2 คน ลุง Junichiro Koizumi และ ลุง Yoshiro Mori ไปร่วมงานนี้ละกันอ่ะ
3. เว่อร์ต่อไป ชุดเจ้าสาวมีหางยาว 4 เมตร ไม่รู้ว่าใครตัด แต่ประดับด้วย คริสตัลจาก Swarovski กว่า ๑๐,๐๐๐ เม็ด มงกุฎเจ้าสาวเคยเป็นของราชินี Elisabeth องค์สุดท้ายของราชวงศ์ Hapsburg of Austria นี่ชุดกิโมโนตอนงานกลางวันก็คงหลายล้านเยนเป็นแน่แท้
4. เมนูอาหารแต่ละอย่าง มาจากร้านชื่อดัง และอาหารจานหลักก็จะบอกชื่อเชฟด้วย
Kyuubee Nochirashi Ginza Sushi เป็นซูชิ เก่าแก่จากย่านกินซ่า มีเวบโตย
Cold apple soup's Miracle Kimura Akinori Hirosaki bisque lobster
Abalone and shark's fin
Ebisu pumpkin sauce
baked snapper pie natural Shoronsosu served
especially 撰Black Roasted beef fillet served with seasonal vegetables five species เนื้อเป็นเนื้อ โกเบ เกรด A-5 เป็นเกรดที่ดีที่สุด ไม่แพงเลย ขีดละประมาณ 5000 บาทเท่านั้น (ง่าวแต้ๆ กิ๋นละบ่ก้าลืนเลย)
Perigusosu salad peach compote Tarutoshokora Nugagurasse, pink heart decorations, Mao's favorite
ไวน์ก็ต้องเป็นของฝรั่งเศส Baron Philippe de Rothschild SA
นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยของความเว่อร์ ของงานเค้า เรายังคิดเลยว่าถ้าเราโดนเชิญไปเนี้ย ใส่ซองเท่าไหร่ดีหว่า ถึงจะพอค่าเนื้อโกเบ แต่เราคงไม่ไป เพราะเราไม่ทานเนื้อ คงฝากซองไปดีกว่า ฮ่าๆๆ
ที่เราเขียนถึงเรื่องความเว่อร์นี้ไม่ใช่อะไร เราอยากให้เพื่อนๆมองในมุมที่ว่าเค้าทำอาชีพอะไร ทำไมถึงมีเงินจัดงานขนาดนี้ ได้การยอมรับขนาดนี้ “คาบุกิ” เป็นศิลปะประจำชาติของเค้า เปรียบได้กับ “ลิเก” หรือ “โขน” ของเรา แต่คนที่เล่นคาบุกิของเค้า ได้รับการยกย่อง ถึงอดีตผู้นำประเทศก็ต้องไปงานแต่ง ได้รับรายได้จาาการแสดงมหาศาล (คือคนนี้เค้าดังระดับโลกอ่ะ) ถึงจัดงานแบบนี้ได้......
ลองเปรียบกันดูสิครับ นี่คือจุดแข็งของญี่ปุ่นเค้า โลกเจริญขนาดไหน เด็กยุคใหม่รับวัฒนธรรมต่างชาติมาแค่ไหน แต่ญี่ปุ่นก็ยังทำให้ ซูโม่, คาบูกิ ฯลฯ ยังเป็นที่นิยม และทำเงินได้มากมาย มีชื่อเสียง เท่ห์ ไม่ล้าสมัย วัยรุ่นที่นี่ใส่ยูกาตะ กิโมโน เดินถนนได้ไม่น่าอาย ความภาคภูมิใจในชาติ ความตั้งใจ และความรักชาติของเค้า
เป็นสิ่งที่น่าลอกเลียนแบบมากกว่า การทำสีผม หรือแต่งตัวตามแฟชั่นแนวๆ เป็นไหนๆ เสียอีก เพื่อนๆว่าจริงไหมครับ....
แล้วเจอกันใหม่คราวหน้าครับ บุญรักษานะครับ

















Comments
เอ็งมิสิทธิ์ว่ะ เจ้น
ชอบตรงเร้าอารมณ ์ดีจัง....
คงจะเรียนกันตัว เกร็งเชียว
RSS feed for comments to this post.