Gear 25 CMU

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home Articles ซุปเปอร์หนาน Episode IV เกาะรถเค้าไป โตเกียว (มีหลายขา) part II กับ L’Occitane En Provence Cafe` จริงๆ

Episode IV เกาะรถเค้าไป โตเกียว (มีหลายขา) part II กับ L’Occitane En Provence Cafe` จริงๆ

E-mail Print PDF
User Rating: / 1
PoorBest 

おはよう ございます。(Ohayoo Gozaimasu) อรุณสวัสดิ์ครับเพื่อนๆ ตอนที่ผมนั่งพิมพ์ เรื่องนี้อยู่ก็ประมาณ 9 โมงเช้านิดๆ ตอนนี้อากาศเริ่มเย็น เพราะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเย็น และใบไม้ก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้วบรรยากาศทำให้ผมคิดถึงเมืองเหนือของเราจริงๆครับ

 

คราวที่แล้วเราจบกันที่ร้านช็อกโกเลตของบริษัทเมจิ พออิ่มท้องได้ที่แล้ว เราก็นั่งรถไฟใต้ดินเพื่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางด้านตะวันตกของโตเกียว ที่พวกเราคุ้นหูกันก็ ชินจูกุ, ชิบูย่า, ฮาราจูกุ ฯลฯ ที่ๆผมกำลังมุ่งน่าไปคือแหล่งที่รวมแฟชั่นสุดโต่งของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นนั่นก็คือ “ฮาราจูกุ” นั่นเอง (ฮาราจูกุ ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งที่หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น มักจะแต่งตัวแบบแฟชั่นสุดแนว อาทิเช่น cosplay (แต่งตามตัวการ์ตูน), แนวตุ๊กตา และอื่น อีกทั้งยังเป็นถนนที่เป็นแหล่ง shoppingหาซื้อเสื้อผ้าแนวๆของวัยรุ่นอีกต่างหาก ก็คงประมาณสยามบ้านเรากระมัง)

หลังจากที่ลง เอ้ย ขึ้นมาจากสถานี Ometesando เราก็เดินเลียบมาตามถนน Ometesando ซึ่งเค้าว่ากันว่าเปรียบได้กับถนน Champs-Elysees (ชอง อาลีเซ่ย์) ของโตเกียวเลยทีเดียว ขอบอกว่าคนเยอะแยะมากมายจริงๆ ร้านรวงก็เยอะแยะไปหมด ผมได้มีโอกาสแว้บ เข้าไปชมห้าง Ometesando Hills ที่ได้ชื่อว่ามีการออกแบบที่สุดเจ๋ง โดยการใช้พื้นที่แคบๆ ได้อย่างคุ้มค่า โดยตัวห้างมี 7 ชั้น แต่ 4 ชั้นอยู่ใต้ดิน !! โดยที่เราไม่รู้สึกเลยว่าอยุ่ใต้ดิน

 


ภายในห้าง


แปลนของห้าง

หลังจากเข้าห้องน้ำในห้างสุดหรูแล้ว (ไม่ได้ซื้ออะไรหรอก ไม่มีตังค์) เราก็เดินออกมา ตามถนน แต่พวกเรากลับเลือกที่จะหลบคนหมู่มากเข้าไปในซอยเล็กๆซอยหนึ่งหลังจากสะดุด ตากับตึกทรงโมเดิร์นออกแนวๆยุโรป ทำให้เราได้รูปสวยๆ ที่ไม่มีคนมาให้รกหูรกตา
ในกลางเมืองโตเกียว มาให้เพื่อนๆดูกัน (ถ่ายรูปไม่เก่งนะ กล้องก็เก่า น่าน โทษอุปกรณ์) บ้านเมืองเค้าสะอาดดีจริงๆ


จากนั้นเราก็มุ่งสู่ถนน Takeshita ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดของแฟชั่นสุดแนวของหนุ่มสาวที่นี่เลยก็ว่าได้ ถนนก็ทั้งเล็กและแคบแต่ร้านรวงเยอะมากมายจริงๆครับ มีชุดให้เลือกทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น การ์ตูน, ชุดหนังรัดรูป, ออกแนวแม่มดก็มี ฯลฯ
แต่ผมมาคราวนี้ไม่ค่อยเจอหนุ่มสาวที่ใส่ชุดแบบสุดแนวสักเท่าไหร่ สงสัยมาผิดวัน แต่ก็มีให้เห็นนะครับ แต่ผมก็ไม่กล้าถ่ายรูปเค้า ได้แต่แอบๆถ่ายเลยไม่ได้มีมาให้ดูสักเท่าไหร่

 

ค่อนข้างฮิตเหมือนกันแนวนี้ แต่คนใส่ต้องทนร้อนเพราะตอนที่ถ่ายมันหน้าร้อน



จากนั้นเราก็เดินโต๋เต๋ไปยังชิบูย่า เป้าหมายสุดท้ายในวันนี้ของเรา เพราะเริ่มค่ำแล้ว และเราก็เริ่มหิวกันแล้วด้วย ชิบูย่าก็เป็นแหล่งช็อปปิ้งเหมือนที่อื่นครับ ห้างดังๆต่างมากมาย เช่น Tokyu, Seibu, Loft, Shibuya 109 (เหมือนแพลตทินั่ม) ฯลฯ

จุดไฮไลท์ของชิบูย่าคือ แยกไฟแดงตรงหน้าสถานี [Pedestrian scramble,หรือเรียกว่า 'X' Crossing (UK), diagonal crossing (US), scramble intersection (Canada)] ที่ประดับประดาด้วยจอทีวีขนาดยักษ์, ไฟนีออน, LED ละลานตาไปหมดที่สำคัญเวลาไฟเขียวให้คนข้ามถนนเนี้ย คนจะมาจากทั่วทุกทิศเดินกันให้ขวักไปหมด แต่ไม่ยักกะชนกัน แปลกจริงๆ เพื่อนๆคงเห็นจากหนัง หรือสื่อต่างๆ มาบ้างแล้วสำหรับแยกนี้ จุดที่เหมาะกับนั่งดูคนข้ามถนนก็คือร้าน Starbuck ของตึกที่อยู่ใกล้ๆแยก (ดูคลิปตอนเดินข้ามได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=vyLmjC-aQZQ)

ตรงหน้าสถานีชิบูย่าฝั่งทางออกตรงแยกนี้ จะมีอนุสาวรีย์สุนัขตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบที่นิยมมาก เค้าได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของสุนัขผู้ซื่อสัตย์ เค้าชื่อว่า “Hachigo” ครับ เค้าเป็นสุนัขญี่ปุ่นพันธุ์อะคิตะ (มาจากชื่อจังหวัดอะคิตะ) มานั่งรอนายที่หน้าสถานีนี้เป็น เวลา 9 ปีติดต่อกันหลังจากนายตัวเองเสียชีวิต

 

(อย่ามาถามว่าเอ้ะ แล้วมันทานอะไร อยู่ยังงัย หาอ่านได้ใน http://en.wikipedia.org/wiki/Hachik%C5%8D ผมอ่านแล้วน้ำตาซึมครับ)

หลังจากที่คิดกันว่าจะกินอะไรตามสไตล์คนไทยแล้ว (ประมาณว่า อะไรก็ได้, ตามใจ, อยากินอันนี้ แต่ก็ตามใจ, กินอันนั้นมั้ย ไม่เอาอ่ะ แต่ก็แล้วแต่ ...) คืนวันนั้นพวกเราตัดสินใจฝากท้องไว้ที่ L’Occitane En Provence Cafe` เพราะสะดุดตากับร้านที่ชั้นล่างขายเครื่องสำอางค์ และอยากจะรู้ว่า มันจะทำอะไรให้กิน เผื่อบำรุงหน้าตาและผิวพรรณของพวกเรา ฮ่าๆๆ

ไม่ผิดหวังครับ ทั้งเรื่องราคา และ รสชาติ บรรยายไม่ถูก รู้แต่ว่ามีแต่สาวๆไปนั่งกินกันครับ คือประมาณว่า คนมากินเค้าเน้นทานนิดหน่อย มาซื้อเครื่องสำอางค์ เมาส์ ดูคนข้ามถนน แต่พวกผมประมาณว่า ตรูหิว อยากกินเยอะๆ ฮ่าๆ ที่ประทับใจสุดๆ ก็ Crèam Brûlée
(ครีมบูเล) หรือ ครีมไหม้นั่นเอง เหมือนสังขยาบ้านเราครับ คล้ายๆคัสตาร์ด แต่จะเผาน้ำตาลที่โรยบนผิวหน้าให้ละลายเป็นแผ่นด้วย burner มันลำแต้ๆ ถูกใจ๋คนมักขนมอย่างฮา กะหนาด ต้องยอมรับครับว่า ขนมเบเกอรี่ที่ญี่ปุ่นอร่อยๆจริง

Crème brûlée

ทานกันเสร็จเราก็กลับโรงแรมไปพักผ่อน เพื่อที่จะเก็บแรงไว้ไปลุย Tokyo Disney Sea ในวันพรุ่งนี้ แล้วเจอกันคราวหน้านะครับเพื่อนๆ

ชั้น 2 -3 เป็นคาเฟ

 

ขึ้นมาชั้น 2 ชอบปูนแบบนี้อ่ะสวย

ทิ้งท้าย ระหว่างเดินช็อปปิ้งกันอยู่ ผมได้ยินภรรยาผมบ่นกับภรรยาเพื่อนผมว่า ภรรยาผม “ทำไมยกทรงที่ญี่ปุ่นมีแต่ คัพใหญ่ๆนะ มีแต่ Cup C ขึ้นไปทั้งนั้นเลย?”

ภรรยาเพื่อน “ช่ายๆ ที่นี่นะ สงสัยผู้หญิงญี่ปุ่นส่วนใหญ่คง.............ตู้มมะจาเละ ตู้มมะจาเละ”

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.japan-guide.com และ http://en.wikipedia.org

Last Updated on Sunday, 23 January 2011 22:03  

Add comment


Security code
Refresh

Sponsors

ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เพื่อนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
คณะวิศวกรรมศาสต์ มช
โบกพริ้ว ธงเกียร์ ปลิวไสว เพื่อนำชัย เราเดินหน้าเข้าไป ด้วยหัวใจเป็นนักกีฬา โห่ร้องลั่นสนั่นทั่วฟ้า วิดวะใครกล้ามาราวี ไป วิดวะสู้ตาย !
ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เพื่อนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday48
mod_vvisit_counterYesterday176
mod_vvisit_counterThis week656
mod_vvisit_counterLast week1289
mod_vvisit_counterThis month4261
mod_vvisit_counterLast month5398
mod_vvisit_counterAll days132444

มะเร็ง คร่าผู้ว่า รฟม.ชูเกียรติ โพธยานุวัตร

มะเร็งคร่า ชูเกียรติ โพธยานุวัตร ผู้ว่าฯ รฟม. รดน้ำศพ 16.00 น. วัดชลประทานฯ วันนี้ (25 กรกฏาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูเกียรติ โพธยานุวัตร ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ได้เสียชีวิตลงแล้ว